ถ้าสามารถ ทำจิตใจให้มันอยู่กับปัจจุบัน ผู้ใดเห็นธรรมอันเกิดขึ้นเฉพาะหน้า ในที่นั้นๆ อย่างแจ่มแจ้งไม่ง่อนแง่นคลอนแคลน เขาควรพอกพูนอาการเช่นนั้นไว้
"อะไรคือธรรม ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า"
ทุกอย่างที่เกิดรู้สึกขึ้น ความคิดขึ้น ในปัจจุบัน มันเกิดขึ้นแล้วก็ผ่านไป อย่าไปอ้อยอิ่ง อาลัย ถึงมันในอดีต ละห้อยหาในอดีต เพ้อฝันไปสู่อนาคต
เดี๋ยวนี้พวกเรามันจมอยู่ในอดีต มิฉะนั้นก็ล่องลอยไปกับอนาคต
ส่งความมุ่งหวังปราถนา ออกไปไกลสุดขอบฟ้า
หลังจากนั้นก็วิ่งไล่คว้าความปราถนา ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง
เหมือนกับไล่คว้าเอาเงา ที่แท้ก็ไม่ได้อะไร
ผู้ที่มีชีวิตอยู่ที่แท้จริงก็คือ ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน
ถ้าไปอดีตเสีย ไปอนาคตเสีย ก็เหมือนกับไม่มีอยู่เป็นอยู่
ท่านจึงบอกว่า มีชีวิตอยู่ราตรีเดียว ก็น่าชม
สิ่งที่ควรน่าชมน่าสรรเสริญ ก็คือการพากเพียรพยายาม
**เราไม่สามารถ จะรู้ได้ว่า ความตายจะมาถึงในวันพรุ่งนี้**
ยิ่งพูดไปถึงชาติหน้าก็ยิ่งไกลห่าง
ยิ่งพูดถึงโลกพระศรีอารย์ ก็ยิ่งไกลห่างเข้าไปอีก
ยังเป็นอนาคตกาล ยังเป็นฟิวเจอร์เทนส์
ยังเป็นเรื่องของอนาคต เอาแน่นอนไม่ได้
อยากจะให้ท่านทั้งหลายพากันคิดใหม่ว่า
ไม่มีชาติไหน ที่จะประเสริฐสูงสุดเท่ากับชาตินี้ ชีวิตนี้ เดี๋ยวนี้
อดีตเราอาจจะเคยเป็นพระราชามหากษัตริย์ เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี
หรือเราอาจจะเคยตกนรกหมกไหม้ที่ผ่านมา อันนั้นก็ผ่านไปแล้ว
อนาคตก็ไม่สามารถ ที่จะหมายมาดคาดหวังเอาไว้ได้
แต่ปัจจุบันนี้ ชาตินี้ เดี๋ยวนี้
เกิดมาพบกับพระพุทธศาสนา ของพระพุทธเจ้า
เดี๋ยวนี้ชาตินี้ ตาไม่บอด หูไม่หนวก กายไม่วิปริต จิตไม่วิปราส
เนื้อความจากธรรมเทศนา
พระอาจารย์สมภพ โชติปัญโญ

ทีมาบทความ
facebook : Athipan Apipunno

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น